02-105-6299

Blog

Update : 18 ธ.ค. 2560

มาตรฐานงานก่อ ฉาบ อิฐมวลเบา

มาตรฐานงานก่อ ฉาบ อิฐมวลเบา

ปัญหาผนังแตกร้าวและความแข็งแรงของผนังนับว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาจส่งผลถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ ในบทความที่แล้วเราได้ให้ความรู้เรื่อง มาตรฐานการสำรวจพื้นที่

เพื่อให้งานก่อสร้างมีมาตรฐานเราจึงได้สรุปมาตรฐานงานก่อ ฉาบ อิฐมวลเบา เพื่อเป็นแนวทางและความรู้ และป้องกันปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับการสร้างบ้านต่อไป

 

มาตรฐานงานก่อ

ก่อนที่จะทำการก่ออิฐ ต้องเคลียร์พื้นที่ให้สะอาด และหาแนวก่อโดยทำเส้นแนวก่อ จากเส้นอ้างอิง 0.50 ม.จากศูนย์กลางเสาที่ทำไว้จากงานโครงสร้าง

  1. ภายหลังจากได้ทำความสะอาดบริเวณที่จะทำการก่อผนังคอนกรีตมวลเบาและได้วางแนวดิ่งฉากเรียบร้อยแล้ว
  2. เริ่มก่อโดยการใช้ปูนทรายทั่วไป ช่วยในการปรับระดับพื้นให้ได้ระดับเดียวกัน แล้วป้ายปูนก่อลงด้านล่างของบล็อคก้อนแรกก่อนวางก้อนบล็อคลงบนแนวปูนทราย โดยไม่ต้องราดน้ำที่ Block แต่อย่างใด เพียงแต่ทำความสะอาดไม่ให้ฝุ่นติดอยู่ ใช้ค้อนยางและระดับน้ำช่วยจัดแนว แล้วป้ายปูนก่อบริเวณด้านข้างของก้อน ด้วยเกรียงก่อให้ความหนาของปูนก่อเพียง 2-3 มม. ก่อนวางก้อนที่ 2 ลงไปให้ชิดกับก้อนแรก
  3. จะต้องก่อด้วยวิธีสลับแนวระหว่างแถวชั้นบนถัดไป ให้แนวที่เหลื่อมกันมีระยะไม่น้อยกว่า 10 ซม. ก่อให้ได้แนวทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดยการขึงแนวก่อนการก่อ ป้ายรอยต่อโดยรอบก้อนด้วยปูนก่อหนา 2-3 มม. และจะต้องใส่ปูนก่อให้เต็มตลอดแนว ไม่มีโพรง โดยไม่ต้องตอกแผ่นเหล็กใดๆ เพื่อยึดก้อน Block อีก
  4. การปรับแต่งบล็อค ให้ได้แนวระดับความต้องการ ควรทำให้แล้วเสร็จภายใน5 นาที
  5. ปลายก้อนที่ก่อชนเสาโครงสร้าง หรือเสาเอ็นจะต้องยึดด้วยแผ่นเหล็กMetal Strap ยาวประมาณ 20 ซม. เข้ากับเสา      ด้วยตะปูคอนกรีต ทุกระยะ 2 ชั้น ของ Block หรือใช้เหล็ก ขนาด 6 มม.เจาะยึดเข้ากับเสาด้วยกาวอีพ็อกซี่
  6. หากพื้นที่ของผนังมีขนาดสูงเกิน 2.5 ม. จะต้องมีเสาเอ็น และผนังยาวเกิน 3.5 ม.ต้องมีทับหลัง ค.ส.ล. โดยใช้เหล็กเสริม2 เส้น เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ม.ม. และมีเหล็กปลอกเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 มม. ทุกระยะ 20 ม. เหล็กเสาเอ็นจะต้องฝังลึกในพื้น หรือคานที่เป็นโครงสร้างหลัก
  7. การก่อผนังไม่ให้ก่อชนท้องคาน โดยเว้นช่องไว้ประมาณ3-5  ซม. แล้วอุดปูนทรายตลอดแนวและจะต้องยึดแผ่นเหล็ก Metal Strap ที่ท้องคานไว้ทุกระยะไม่เกิน 1.20 ม. ผนังที่ก่อสูงไม่ชนท้องคานทุกแห่งจะต้องทำทับหลัง   ค.ส.ล.
  8.  การก่อผนังในแนวที่ชนท้องพื้นโครงสร้างให้ทำทับหลัง ค.ส.ล.สูงกว่าระดับฝ้าเพดานไม่น้อยกว่า 20 ซม. (ไม่ให้ก่อขึ้นไปชนท้องพื้น)
  9. การวางฝังท่อสายไฟและท่อน้ำไว้กับผนังสามารถใช้ขอเหล็กขูดออกตามแนว หรือเครื่องตัดไฟฟ้า เป็นร่องแนวลึก 2 แนวขนานกันแล้วสกัดออก ทั้งนี้ไม่ควรลึกเกิน 1 ใน 3 ของความหนาของผนัง
  10. การติดลวดตาข่ายตำแหน่งที่ต้องติดลวดตาข่าย    บริเวณมุมของวงกบประตู-หน้าต่างทั้งภายใน ภายนอก โดยติดเป็นแนวทแยงมุม 45 องศา ขนาดไม่น้อยกว่า 15x50 ซม.

            -บริเวณรอยต่อระหว่างผนัง Q-CON กับโครงสร้างคอนกรีต เช่น คาน,เสา ให้ติดลวดตาข่ายทาบทับระหว่างผนังกับโครงคอนกรีตข้างละไม่น้อยกว่า 7.5 ซม. และความยาวตลอดแนวโครงสร้าง

            -บริเวณที่ขูดร่องฝังแนวท่อไฟฟ้า แนวท่อประปา โดยให้ความกว้างของลวดตาข่ายคลุมเลยจากแนวท่อไปอีกข้างละ 10 ซม.(กว้าง 20 ซม.) ยาวตลอดแนวท่อ

 

มาตรฐานงานฉาบ

1. การเตรียมพื้นผิว

      - ใช้แปรงตีน้ำหรือไม้กวาดปาดเศษผงที่ติดอยู่บนผนังออกให้หมด 
      - หากมีรอยแตกบิ่นของผนังให้อุดซ่อมก่อนด้วยปูนซ่อม โดยผสมเศษผงคอนกรีตมวลเบา จากการตัดเข้ากับปูนก่อ  คนให้เข้ากันกับน้ำ แล้วนำไปป้ายอุดจุดที่ต้องซ่อม ทิ้งไว้ให้แห้งก่อนฉาบ 
      - ราดน้ำที่ผนังก่อนฉาบให้ชุ่ม ประมาณ 2 ครั้ง เช่นเดียวกับผนังก่อทั่วไป 
      - รอให้ผิวผนังดูดซับน้ำจนแห้งเล็กน้อย จึงเริ่มลงมือฉาบ

 

 2. วิธีฉาบปูน

      - ความหนาปูนฉาบ0.5 – 1.0 ซม. ให้ทำการฉาบเป็น 2 ชั้น ชั้นละประมาณ ครึ่งหนึ่งของความหนาทั้งหมด 
      - เมื่อฉาบชั้นแรก แล้วทิ้งไว้ให้ผิวหน้าแห้งหมาด บางส่วนจะเกิดรอยแตกเป็นปกติ จากการหดตัวของปูน ปูนที่ฉาบต้องผสมไม่เหลวจนเกินไป เพราะจะทำให้เกินรอยย้อยตัวของปูน เสียเวลารอให้หมาดนาน และเป็นสาเหตุของการแตกร้าว
      - ฉาบปูนชั้นที่สองให้ได้ความหนาที่ต้องการ ปาดหน้าให้เรียบแล้วทิ้งไว้ให้ผิวหน้าแห้งหมาดมาก ๆ 
      - ตีน้ำด้วยแปรงให้ทั่ว พอดีกับการปั่นหน้า กดเกรียงแรง ๆ แล้วขัดผิวหน้าให้เรียบก่อนลงฟอง 
      - การฉาบปูนโดยฉาบเป็นชั้นเดียวแล้วตีน้ำเลยนั้น ทำได้เฉพาะกรณีฉาบหนาไม่เกิน 1.5 ซม. เท่านั้น
      - การฉาบปูนหนากว่า 2 ซม. ต้องแบ่งฉาบเป็นชั้น ๆ ละประมาณ 1 - 2 ซม. และติดลวดตาข่ายระหว่างชั้นปูน เพื่อป้องกันการแตกร้าวในกรณีหนากว่า 4 ซม.

 

 

มาสเตอร์ แปลน 101 บริการสร้างบ้านแบบครบวงจร บนที่ดินของคุณ เรามีรูปแบบบ้านให้เลือกมากกว่า 100 รูปแบบ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมทีมงานสถาปนิกและผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา สอบถามรายละเอียดและนัดประเมินโครงการฟรี Call : 0-2105-6299